++เนปาลประมาณสะดือ++
ผู้เขียน นิ้วกลม

เพิ่งได้อ่าน "เนปาลประมาณสะดือ" ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ดีใจมากที่หาเจอในงานหนังสือของ a book (ตอนนั้นยังไม่มีฉบับพิมพ์ใหม่ของสำนักพิมพ์นม) แต่เสียใจที่หนังสือเก่ามากและเกอะกรังชนิดเวลาอ่านต้องใช้นิ้วคีบหนีบเอาไว้ และหายใจเบาๆเพราะกลัวแบคทีเรียเข้าปอด ไม่แน่ใจว่า a book ไปขุดเจอลังหนังสือ เนปาลประมาณสะดือ จากไหนถึงอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมปานนี้ ทำเอาคนรักหนังสืออย่างเราแทบร้องไห้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อ่านนะ
 
                                              

อ่าน "เนปาลประมาณสะดือ" แล้วรู้สึกคิดถึงงานเก่าๆของ"นิ้วกลม" สมัยโน้นงานเขียนของ"นิ้วกลม" ดูมีไฟ และมีพลัง อ่านแล้วรู้สึกได้ว่าเป็นงานเขียนที่ผ่านการกลั่นกรองทางความคิดมาหลายชั้นหลายตอน ก่อนที่จะผ่านไปสู่สายตาผู้เขียนคำนิยม และผู้อ่าน มันก็ควรเป็นเช่นนั้นแหล่ะ เพราะตอนนั้น"นิ้วกลม" เพิ่งเริ่มมีผลงานออกมาได้สี่เล่ม ยังเป็นช่วงแนะนำตัวอยู่เลย

แล้วงานเขียนสมัยนี้เหล่า? ส่วนมากเป็นรวมเล่มบทความจากมติชน เลยออกมาเป็นแนวเรียบๆง่ายๆมากกว่าบันทึกการเดินทางอยู่แล้ว จนบางทีแอบรู้สึกว่า เอ๊ะ เรียบง่ายเกินไปหรือเปล่า? เพราะ "อิฐ" ก็เป็นหนังสือรวมบทความเหมือนกัน แต่เป็นบทความแนว "ปล่อยของ" ก็อาจจะเทียบกันไม่ได้เท่าไหร่ อย่างไรเสีย แฟนคลับ"นิ้วกลม" อย่างเราก็เหมาทุกเล่มอยู่แล้ว แต่จะลากเพื่อนมาเป็นแฟนคลับเพิ่มนี่สิ หลังจากพี่ที่ทำงานเห็นเราปลาบปลื้ม ก็เลยอยากลองอ่านบ้าง ที่หาได้ตอนนั้นก็เป็นแนวบทความนี่แหล่ะ เพราะเก่าๆหมดตลาดไปนานหลายปีแล้ว ก็กลายเป็นว่า พี่เค้าไม่ปลื้มนี่สิ มันเสียใจ ไอ้ครั้นจะบอกให้ไปอ่านงานเก่าๆก็ยังไงๆอยู่ ไหงมันไม่จี๊ดจ๊าดทุกเล่มเล่า? แต่จะให้พี่"นิ้วกลม"ปล่อยของมันซะทุกเล่มก็ใช่เรื่อง พี่เค้าก็มีหลายอารมณ์เหมือนกันนี่นา อ่าว นี่มันรีวิวหนังสือตรงไหนเนี่ย เข้าเรื่อง "เนปาลประมาณสะดือ" ดีกว่า

ได้เวลารีวิวหนังสือก็ต้องหายใจเบาๆใช้นิ้วคีบมันขึ้นมาพลิกหน่อย ก่อนอื่นเลย เป็นหนังสือที่ "คำนิยม" อ่านสนุกมาก เพราะเขียนโดย "ศุ บุญเลี้ยง" "หนุ่มเมืองจันท์" และ "บินหลา สันกาลาคีรี" เหล่านักเขียนคนโปรดของมิตรรักนักอ่านทั้งหลาย ต่อมาคำ (แนะ) นำของ"นิ้วกลม" ก็อ่านสนุกไม่เบา ว่าด้วยที่มาและความสำคัญของ "สะดือ" อันนำมาซึ่งชื่อเรื่อง "เนปาลประมาณสะดือ"

ถ้าใครชอบ "การเดินทาง" ซึ่งแตกต่างจาก "การท่องเที่ยว" (สองอย่างนี้มันต่างกัน ในหนังสือมีกล่าวไว้ น่าสนใจมากๆ) ก็คงรักและอยากไปเยือนเนปาลสักครั้ง เพราะเนปาลพาลให้เราฉุกคิดอะไรหลายๆเรื่องในชีวิตได้เยอะทีเดียว (according to นิ้วกลม และตัวเอง) ทั้งเรื่องความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ความพอเพียงของชีวิต ความเรียบง่ายของวิถีมนุษย์ ความวุ่นวายของคนเมือง มิตรภาพ เป้าหมายในชีวิต จุดประสงค์ที่แท้จริงของการปีนเขา การรู้จักพอ ความสุขใกล้ตัว และอื่่นๆ

มีประโยคนึงที่โดนใจอย่างมาก เพราะคิดเห็นเหมือนกันแท้ๆประมาณว่า "คนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่อย่างพอเพียง นี่แหล่ะคือคนที่น่าอิจฉาที่สุด" ตื่นมาทำมาหากินเล็กๆน้อยๆ เย็นเข้านอนพักผ่อนตามอัธยาศัย ไม่ต้องดิ้นรนเครียดอะไรกับชีวิต ไม่ต้องทำงานงกๆเพื่อเก็บเงินยามเกษียณ เพราะชีวิตก็เหมือนยามเกษียณทุกวันอยู่แล้ว มันก็แปลกที่คนเราชาวเมืองยอมเสียสละความสุขเพื่อแลกกับเงินเป็นเวลาหลายปี เพียงเพื่อจะมีความสุข (แบบออดๆแอดๆ) ไม่กี่ปีตอนบั้นปลายชีวิต 

นี่เองเป็นความรู้สึกเดียวกับเวลาที่เราเห็นชาวบ้านที่เมืองเชียงคาน แต่ชาวบ้านบนภูเขาสูง แนวเทือกเขาหิมาลัยนี้เท่ยิ่งกว่า นักท่องเที่ยวทั้งหลายตะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนหิมะขาวของหุบเขาหิมาลัย แต่นี่อะไร ตื่นมานั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นไปกินข้าวเช้าไปด้วยทุกวี่วัน มองนอกหน้าต่างสิ ก็มีทิวทัศน์เทือกเขาที่สวยงามกว่าในโปสเตอร์หรือนิตยสารท่องเที่ยวซะอีก น่าอิจฉายิ่งกว่าอะไร

การปีนป่ายตะกายขึ้นเขาก็เป็นอีกเรื่องที่ฉุกคิดว่า "พวกนักปีนเขาเนี่ย มันจะทรมานตัวเองปีนขึ้นไปทำไมวะ?" ดีใจเหลือเกินที่ระหว่างการปีนเขา "นิ้วกลม" ก็แอบฉุกคิดและให้คำตอบไว้เหมือนกัน แม้จะมีคำตอบหลากหลายตามศรัทธาของแต่ละคน แต่เราก็แอบมีคำตอบไว้ในใจไว้เหมือนกัน... 

เราว่า การตะเกียกตะกายปีนเขาเป็นการพยายามที่จะออกจากสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวัน และการกระทำนี้ก็เป็นการค้นหาความหมายของชีวิตว่าชีวิตคืออะไร บางทีเวลาเราอยู่กับกิจวัตรเดิมๆทุกวัน เรามักจะ"หลงลืม"ที่จะออกไปใช้ชีวิต การออกไปปีนเขาก็คือการออกไปใช้ชีวิต และการทรมานตะเกียกตะกายปีนป่ายนั้น ก็เพื่อให้เราเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราอาจจะเคยมองข้ามไป และที่สำคัญที่สุด ก็เพื่อที่เราจะได้เห็นคุณค่าของตัวเอง...

edit @ 10 Jan 2012 11:50:13 by narumol_tama

edit @ 1 Apr 2012 23:56:19 by narumol_tama

Comment

Comment:

Tweet

ชอบ อิฐ / โตเกียวไม่มีขา / อ.ในร้านคุกกี้ครับ

big smile