++ที่นี่ที่รัก++
ผู้เขียน ทรงกลด บางยี่ขัน
สำนักพิมพ์ abook


So many books, too little time...

ช่างเป็นคำกล่าวที่เหมาะเจาะอย่างยิ่งกับช่วงเวลาหลังกลับจากการไปเยี่ยมชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เมื่อเหลือบมองดูกองหนังสือที่ซื้อมาท่วมท้นแล้ว ก็ได้แต่ถอดถอนใจ...So many books, too little time... ถ้างานประจำของเราคือการอ่านหนังสือก็คงจะดีไม่น้อย 
 
 
"ไม่ว่าสถานที่หรือคน เราต่างหวังจะเจอที่รักเข้าสักวัน"
 
"ที่นี่ที่รัก" คือผลงานชิ้นล่าสุดของพี่ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน หนึ่งในนักเขียนที่เราโปรดปรานจาก "สองเงาในเกาหลี" "นั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่งตะวันตก" และเล่มล่าสุดที่ขึ้นหิ้งหนึ่งในสิบหนังสือในดวงใจ "ดาวหางเหนือทางรถไฟ" กลับมาครั้งนี้พี่ก้องยังคงยึดแนวถนัดบันทึกการเดินทางเหมือนเดิม เป็นการเดินทางในประเทศที่หลายๆคนยกให้เป็นที่หนึ่ง "ญ๊่ปุ่น" นั่นเอง
 
พี่บิ๊ก ภูมิชาย เขียนคำนิยมไว้ในหนังสือเล่มนี้ โดยมีประโยคที่น่าสนใจว่า "ทรงกลด เลือกญี่ปุ่นได้เหมาะสมและเข้ากับตัวเองมาก" เมื่อพี่บิ๊กเขียนไว้เช่นนี้ มันจำเป็นต้องมีเหตุผลว่าทำไม "ฟุกุโอกะ" จึงเป็นเมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้พี่ก้อง ทรงกลด หยิบยกขึ้นมาเดินทาง เยี่ยมเยียน และเขียนถึง 

เพียงบทแรก "ที่เหลือเหนือตึก" ทำให้เห็นภาพและคล้อยตามกับพี่บิ๊ก ภูมิชายได้ทันทีว่า "ฟุกุโอกะ" ช่างเป็นเมืองที่เหมาะสมและเข้ากับพี่ก้อง ทรงกลดได้อย่างแท้จริง พี่ก้องเป็นคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและรณรงค์เรื่องการรักษาธรรมชาติมาโดยตลอด และคงจะไม่มีที่ไหนที่จะเหมาะสมกับพี่ก้องมากไปกว่าที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะที่ฟุกุโอกะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองสีเขียวแห่งหนึ่งของโลก

บทแรกทำให้รู้คำตอบระหว่างพี่ก้องและฟุกุโอกะ บทที่สองเป็นต้นไป ทำให้รู้คำตอบว่าทำไมญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศในดวงใจของคนไทยหลายๆคน แค่อ่านบทที่สองใจก็ลอยไปฟุกุโอกะกับพี่ก้องด้วยแล้ว เข้าบทที่สาม สี่ ห้า หก ยิ่งแล้วใหญ่แทบจะอยากตีตั๋วเครื่องบินไปฟุกุโอกะมันซะวันพรุ่งนี้เลย ยิ่งเล่มนี้พี่ก้องหนีบเอาช่างภาพไปรัวชัตเตอร์ด้วย ทำให้ภาพประกอบในเล่มนั้นสวยระดับมืออาชีพจนต้องตะแคงซ้ายขวาหน้าหลังดูว่า มันเป็นภาพถ่ายสถานที่จริงๆหรือเป็นภาพถ่ายโมเดลจำลองกันแน่ แต่ "ที่นี่ทีรัก" จบลงอย่างห้วนๆประหนึ่งว่าการเดินทางครั้งนี้คงยังไม่จบลง ในแง่ของความลึกซึ้งกินใจสมบูรณ์แบบประหนึ่งที่บันทึกการเดินทางพึงมีในบทสรุปจึงยังขาดหายไปจากเล่มนี้ แต่เชื่อแน่ว่าคงมีเล่มสองตามมาในเร็ววัน ขอแค่อย่าต้องให้รอถึงงานหนังสือครั้งต่อไปเลย

ความเป็นญี่ปุ่นที่ซึมซาบอยู่ในตัวคนไทยผ่านสื่อวัฒนธรรมเช่นการ์ตูนญ๊่ปุ่น รายการทีวีเป็นอย่างไร ตัวตนของประเทศญ๊่ปุ่นที่แท้จริงก็เป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นราเม็งอร่อยเหาะ ร้านอาหารข้างทางที่ลูกค้าจะต้องนั่งหลังป้ายผ้า พอเห็นแล้วก็คงอดที่จะวิ่งเข้าใส่ไม่ได้ คล้ายๆเวลาที่เราเจอเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอมาหลายปีอย่างนั้น ความกุ๊กกิ๊กน่ารักคิกขุอาโนเนะก็ตลบอบอวลอยู่ในประเทศญี่ปุ่นโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็น ป้ายบอกสถานีรถไฟที่มีรูปการ์ตูนของสถานที่สำคัญของแต่ละสถานีวาดเอาไว้ข้างๆกับชื่อสถานี แผนผังร้านค้าในตลาดสดที่มีภาพการ์ตูนเจ้าของร้านประกอบไว้ หรือแม้แต่รถไฟชินคันเซ็นก็ยังมีดีไซน์น่ารักน่าเอ็นดู 
 
เมื่อบวกกับความใส่ใจในการบริการของร้านอาหาร ร้านค้า หรือสถานที่ต่างๆ กับคุณภาพคับแก้วที่ลงลึกทุกรายละเอียดของสินค้าและบริการนั้นๆ แถมด้วยการดีไซน์ที่เน้นความเข้าใจผู้บริโภคอย่างร้านราเม็งที่พี่ก้องพาเข้าไปเยี่ยมชมในบทที่สาม และการออกแบบของตึกอาคาร สนามกีฬา หรือแม้แต่รถเมล์สีเขียวของเมืองฟุกุโอกะ ที่ออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม นึกแล้วก็อดอิจฉาคนญี่ปุ่นไม่ได้ ถ้าตัดเรื่องความเครียดของสังคมเมืองกับการทำงานหามรุ่งหามค่ำของคนญี่ปุ่นออกไป ญี่ปุ่นคงเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกแน่ๆ
 
ถ้าลองไปใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นคงจะให้ความรู้สึกคล้ายๆกับกำลังอาศัยอยู่ในการ์ตูนสักหนึ่งเรื่องและกำลังเดินผ่านตึกรามบ้านช่องตามที่เราได้เคยเห็นในกรอบการ์ตูน กินอาหารในร้านราเม็งป้ายผ้า อาบน้ำในออนเซ็น เดินเล่นในสวนสาธารณะ 
 
บางทีถ้าเราเดินไปเรื่อยๆ อาจจะเห็นเด็กชายใส่เสื้อสีเหลืองกำลังบินออกมาจากหน้าต่างชั้นสองของบ้านหลังหนึ่งก็ได้ และเราก็คงจะไม่แปลกใจใดๆ นอกเสียจากอุทานเบาๆว่า "โนบีตะ อยู่บ้านหลังนั้นเองเหรอเนี่ย" และเราก็คงเชื่อว่า โดราเอมอน นั้นมีอยู่จริง

edit @ 1 Apr 2012 23:54:23 by narumol_tama

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

น่าอ่านจังครับ^^

เล่มนี้ยังไม่ได้อ่านเลย sad smile confused smile